January 13
แง๊มๆๆก่อนที่จะมาชมสวนอาหารของผมมีไรจะบอกอย่างนึง
คือผมโดนBlog Tag จากเพื่อนร๊ากคนนึงหุหุ
เห๊นมาก่อนหน้านี้แล้วจากสะเปชอาสมหมายก็ร้อนๆๆตัวอยู่เหมือนกัน555
เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นมาเลยโดนTag เยยอิอิแต่ก็ไม่เป๊นไรหนุกๆๆดี
ส่วนกฎการเล่นผมก็จำมาจากสเปชอาสมหมาย
http://spladplakao62.spaces.live.com/
การเล่นง่ายๆคือเราต้องเขียนเรื่องราวของเราเอง
ที่คนอื่นไม่เคยรู้หรือรู้ไม่มากมา5ข้อแล้วเราก็ทำการTaG
คนอื่นอีกห้าคนโดยที่ไม่ซ้ำกับคนที่TaGเรา
หรือเพื่อนๆในmSNของเราเองอิอิ
โดยต้องเป๊นเรื่องจริงนะครับ
ตอนนี้มาทำความรู้จักกับผมก่อนเลยอิอิ
๑.ผมเป๊นคนจังหวัดลพบุรีลูกเจ้าพ่อศาลพระกาฬครับมีพี่น้องทั้งหมดสี่คนผมมีพี่ชายคนนึงน้องสาวที่น่ารักอีกสองคนแต่สองสาวผมเสียชีวิตแล้วจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนทั้งสองคนอันนี้มะต้องละเอียดมากนะครับ
๒.นิสัยส่วนต้วของผมคือรักใครชอบใครก็จริงจังรวมทั้งเพื่อนๆโดยมากจะมีเพื่อนที่ลพรีไม่ใช่สิคนรู้จักมักจะอยากมาคบกับพวกผมโดยมากผมจะไม่ค่อยเรียกใครว่าเพื่อนมากนักหรอกเพื่อนรักจริงๆของผมอะมีสี่คนรวมตัวผมด้วยเรียกง่ายๆตายแทนกันกันโดยอย่างยิ่งตอนที่ผมยัง17-19ช่วงนั้นของชีวิตโอพระเจ้ามันยอดมากแต่ผมก็ไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใครโดยเฉพาะกับปาป๊ามามี่
๓.ผมเป๊นคนรักสนุกอะไรหลายๆๆอย่างผมก็ลองมาหมดแล้วสิ่งที่ไม่ดีอะนะแต่ผมเองก็ไม่เห๊นมันจะมีอะไรดีสักอย่างก็เลยไม่สนใจมีคนพูดว่าเรานิสัยไม่ดีเพราะคบเพื่อนเลวความจริงมันไม่ใช่หรอกครับทุกสิ่งทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราเองทั้งนั้นคนไม่ดีมันก็มีดีอยู่ในตัวของมันเองผมจึงมักมองคนในส่วนดีของเขาเพราะผมคิดว่าคนเราดีไม่ดีมันก็พื้นฐานเดียวกันคือเกิดมาเป๊นคนเหมือนกัน
๔.การศึกษาผมไม่สูงนักเรียนตรีมาตั้งหลายที่ไม่จบสักทีแหะๆได้แค่อนุแทบตายแต่ผมก็ได้ทำในสิ่งที่ผมชอบในสิ่งที่ผมฝัน
๕.อาชีพของผมคือทำอาหารผมมีร้านอาหารที่ลพรีตอนนี้ทำใหม่สวยมากครับเป๊นสวนอาหารแต่ตัวผมเองมาเป๊นหัวหน้ากุ๊กอยู่ที่เบลเยี่ยมผมมีความสุขมากที่ได้ทำอาหารให้คนอื่นได้ชิมได้ทานแต่...ตัวผมเองกลับขี้เกียจที่จะทำอาหารกินเองเป๊นที่สุดมันบอกไม่ถูกหรืออาจเป๊นเพราะว่าผมได้ทำได้ชิมทุกวันมันเลยเบื่อๆที่จะกินเองมั๊งลืมบอกอีกอย่างผมทำอาหารมาสิบกว่าปีแล้วครับหุหุหุ
ตอนนี้มาดูผู้โชคดีที่ได้รับTaGกับผมกัน
วันนี้รมณ์ดีมาอัฟเพิ้มเป๊นของแถมครับคือวีนนี้จะมามาเจาะเวบดัง
http://www.youtube.com
หลายคนคงหาเพลงหรือmvที่ชอบเเล้วไปเจอที่นี่อยาก
ได้มาลงspaceแต่เอามาไม่ได้วันนี้ผมจะพามาเจาะลึกครับ
มันอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่หลายคนคงทำได้
แต่ก็มีหลายคนทำไม่ได้ตามมาเลยครับ

แล้วอย่าลืมกดเพที่หน้าจอนะครับ
บะบายใครมะเข้าใจคอมเม้นถามได้ครับ
January 12
¤•>>--»(BiEnVeNuE à SaEnGjAn rEsTaUrAnT ).«--<

ทางเข้าจากหน้าร้านมีห้องประชุมสัมนาหรือแอบเมียหลวงอิอิอิขำขำ

หน้าบ้าน

มีสนามหญ้าสำหรับเด๊กๆหนูๆ

ด้านซ้ายเปงบ่อเลี้ยงปลาบรรยากาศธรรมชาติมากๆๆลุยอากาศก็เย๊นสบาย

เพื่อนๆมาจากเบลเยี่ยมมันไปหาลิงที่ลพรีด้วย

มีปลาช่อนยักษ์หน้าบ้านด้วยแระน้ำพุก๊มี

เดินดีๆน๊าระวังตะเข้

ปาป๊าคนขวามืออิอิประธานกรรมการสวนอาหารแสงจันทร์ตอนนี้ให้เลียงหลานแระกะย่าอิอิ

ยีราฟส์

นางแบบในอนาคตอิอินู๋ชื่อนาตาลีค๊ะรักผู้ใหญ่มากๆๆลุยส์

บริเวณหน้าบ้าน

มองอารายนู๋อ่าส?
นู๋เป๊นเด๊กดีน๊าส์
งอลส์ล๊ะ


รักจังคอยาวๆๆ


bOnJoUr
tReS bIeN


AvEz-VoUs DeJa DiEn???

vIeNs IcI. qu'aimeriez-vous manger???

รูปนี้ถ่ายจากทางเข้าหน้าสวน
ปาป๊าออกแบบได้ใจจริงๆๆ

นู๋หมวยลูกสาวลูกค้าในร้านมาทานอาหารพอดีมะเคยเห๊นนู๋แหม่มเลยขอสักรูปที่ระลึก

อีกรูปน๊าหมวยไม่เคยอ๊ะครายน่ารักกว่ากันค๊า

ม๊ามี๊กะลังอุ้มหลานอิอิน่ารักมากๆๆลุยเจ้าพลั้นซ๊ายสุดหลานผม

อิ่มแล้วคนหัวล้านอะbOsSผมที่เหลือเพื่อนๆอะครับมันมาเที่ยวไทยเดือนนึงเท่าผมแต่ผมกลับก่อนพวกมันวันนึง
ลืมบอกซ้ายกะขวาสุดปาป๊ากะมามี่ของผมเองครับ
ไหนๆห็ไหนโปรโมตร้านตัวเองเลยอิอิพี่ชายผมเป๊นเชฟกุ๊กครับส่วนผมก็ก๊เชฟกุ๊กเหมือนกัน
แต่ผมอยู่เบลเยี่ยมปาป๊าก็เชฟอิอิแต่โดนพี่ชายปลดแล้วให้เลี้ยงหลานคิคิ
สวนอาหารแสงจันทร์
124/8หมู่4ต.โคกสำโรง
อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี 15120
tEL
036441247-0870291697
หรือใครว่างๆนั้งเครื่องบินเล่นมาแถวๆเบลเยี่ยมก็มาทานที่ร้านผมก็ได้ครับ
ReStAuRaNt BAANTHAI
sloepenplaats22
8660De panne
bElGiUm
TEL 00132475246779
eSt_Ce qUe tU aImEs lA mUsIqUe CoMmE cA???
vIeNs IcI
คลิ๊กขวาไปที่ซองฟอร์ยูข้างบนจะไปอีกบ้านของผมๆลงเพลงมันส์ส่ายหัวไว้เพียบ

May 20
เหอๆๆๆๆวันนี้จะมาเขย่าประสาทกันเด้วฟังเพลงกันก่อน
"L'Amour Toujours (I'll Fly With You) (Radio Version)"
I still believe in your eyes
I just don't care what you've done in your life
Baby I'll always be here by your side
Don't leave me waiting too long, please come by
I-I-I-I still believe in your eyes
There is no choice, I belong to your life
Because I will live to love you someday
You'll be my baby and we'll fly away
And i'll fly with you-ou
I'll fly with you-ou-ou
I'll fly with you-ou-ou-ou
I'll fly with you
I'll fly with you
I'll fly with you
Every day and every night
I always dream that you are by my side
Oh, baby, every day and every night
Well I said everything's gonna be alright
And i'll fly with you-ou-ou
I'll fly with you-ou-ou-ou
I'll fly with you-ou-ou-ou-ou


ตามด้วยนี้เลยครับน่ากลัวมากๆๆ
+เรื่องสุดสยองขนหัวลุกของชาวหอพัก+(ตอนผีกระเพรา)
วันนี้ฝนตกพรำๆผมเลยอยากจะมาแชร์เรื่องเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชิวิตจริงของรุ่นพี่ผมคนนึงที่ผมรุ้จักคนนึง
พี่คนนี้เค้าชื่อพี่โอมและรูมเมทเค้าชื่อพี่น๊อต พี่และเพื่อนของเค้าสนิทกันมาก เรียนอยู่ที่เดียวกัน อยู่ห้องเดียวกัน และพักอยู่หอด้วยกัน
พี่และเพื่อนของเค้า ชอบกินอาหารอย่างเดียวกัน คือ ผัดกระเพราไข่ดาว
แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นพี่น๊อตได้ถูกรถชนเสียชีวิตพี่โอมรู้สึกเศร้าและเสียใจกับการจากไปของพี่น๊อตเป็นอย่างมาก
พอเสร็จจากงานศพของพี่น๊อต พี่โอมก็ได้กลับมาอยู่หอเหมือนเดิม
พี่โอมลงมาซื้อข้าวที่ร้านประจำ “ป้าๆ ผัดกระเพราไข่ดาวกล่องนึง”
พอได้อาหารที่ตนสั่งเสร็จแล้วพี่โอมก็ถือขึ้นห้อง แล้วก็เปิดข้าวกล่องนั้นออก
ปรากฏว่าข้าวกล่องนั้นมีแค่ข้าวกับผัดกระเพราแต่ไม่มีไข่ดาวตามที่ตนสั่ง
พออีกวันนึงพี่โอมก็ลงมาสั่ง”ป้าๆผัดกระเพราไข่ดาว”
พออาหารเสร็จแล้วพี่โอมก็ถือกลับขึ้นห้องพอเปิดกล่องข้าวนั้นออกก็ต้องเจอแค่ข้าวและผัดกระเพราแต่ไม่มีไข่ดาวอีกแล้ว
ในใจนึงพี่โอมก็คิดว่าป้าคนขายต้องโกงเค้าแน่ๆแต่ในใจลึกๆเหตุการณ์ประหลาดนี้ทำให้นึกถึงพี่น๊อต
มันทำให้พี่โอมเริ่มกลัวพอวันรุ่งขึ้นพี่โอมก็ลงไปซื้อ
”ป้าๆผัดกระเพราไข่ดาวกล่องนึง เมื่อวานป้าก็ลืมใส่ให้ผม”
ป้าก็งงๆพร้อมกับทำให้พี่โอมมาดูป้าจะทำให้ดู
พอพี่โอมได้ข้าวเสร็จแล้วพอพี่โอมได้ข้าวกล่องนั้นแล้วก็ถือขึ้นมาบนห้องพอพี่โอมเปิดกล่องนั้นออกก็ถึงกับอึ้ง
ก็เพราะว่าในกล่องนั้นเหลือแต่ข้าวเปล่าๆพี่โอมถึงกับสติแตก ขนลุกเกรียวทั้งตัว พี่โอมคิดถึงพี่น๊อตขึ้นมาทันที
พี่โอมถือข้าวกล่องนั้นวิ่งลงมาให้ป้าร้านข้าวนั้นดู
ป้าเจ้าของร้านก็ถึงกับอึ้งเหมือนกันป้าคนนั้นหันหลังไป
หยิบตะหวิวมาเคาะหัวพี่โอม1ทีพร้อมกับ
ตะโกนด่าพี่โอมว่า
เฮ้ยยยยย…..!!
เมิงเปิดกล่องผิดด้าน
จบ
5555555+
ที่มาครับ http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L4379776/L4379776.html
ปล. ผมขอแก้ไขบางส่วน ให้สุภาพนะครับ
April 22
๏ สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ๏
นำข้อมูลมาจาก http://www.geocities.com/p_knun
๏ The triangle of Bermuda ๏
- ก่อนอื่นมารู้จักประวัติย่อๆของสามเหลี่ยมเมอมิวด้ากันก่อนนะครับ
อาณาบริเวณของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า
สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าเป็นการลากเส้นสมมุติ เพื่อกำหนดอาณาบริเวณในน่านน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติค โดยการลากเส้นจากฟลอริด้า สหรัฐอเมริกา สู่เกาะเบอร์มิวด้า สู่เปอร์โตริโก แล้วก็วกกลับมาที่ฟลอริด้าอีกทีนึงเป็นรูปสามเหลี่ยมพอดี นายเจ้าบริเวณที่ว่านี้แหละครับ ที่ถือเป็นปริศนาแห่งศตวรรษที่ 20 โดยแท้ เดี๋ยวค่อยมาดูกันครับ ว่าปริศนาของสามเหลี่ยมเจ้ากรรมนี้มีอะไรบ้าง
ศัพท์คำว่า "สามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า" หรือ "Bermuda Triangle" นี้ มีที่มาจากบทความของกระทาชายนายหนึ่งแห่งนิตยสารอาร์กอสซี่ครับ เจ้าของบทความชื่อ Vincent H. Gaddis เขานำเสนอเรื่องราวของเรือและเครื่องบินที่สาบสูญไปอย่างลึกลับโดยปราศจากคำอธิบายในนิตยสารดังกล่าว เมื่อปี 1964 ทว่า แกดดิสมิได้เป็นคนแรกหรอกครับที่สังเกตเรื่องนี้ เมื่อหลายปีก่อน (1952) ก็มีคนเสนอเรื่องทำนองนี้เช่นกันในนิตยสาร Fate เนื้อหากล่าวถึงปริมาณของเรือและเครื่องบินที่สาบสูญไปอย่างผิดปกติในบริเวณน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งยอดสูญหายนี้มันมากเกินไปที่จะใช้คำว่าอุบัติเหตุมาอธิบาย อ้อ คนเขียนบทความเค้าชื่อ George X. Sands ครับ
ถัดมาในปี 1969 นายวอลเลซ สเปนเซอร์ ได้เขียนหนังสือว่าด้วยสามเหลี่ยมปริศนานี้โดยเฉพาะออกจำหน่ายในชื่อว่า "Limbo of the Lost" ถัดจากนั้นก็มีหนังสือออกจำหน่ายตามมาอีกมากมายเกี่ยวกับความลับดำมืดของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า ก็ขายดิบขายดีแทบทุกเล่มครับ ที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษคือบทความที่มีชื่อว่า "The Devil's Triangle" ตีพิมพ์ในปี 1974 ครับ เนื้อหาออกจะมันส์ถึงใจพระเดชพระคุณผู้สนใจความลึกลับเป็นอันมาก เป็นที่น่าสังเกตคือ แทบทุกเล่มมุ่งประเด็นไปยังมุมมองที่ว่า เบื้องหลังของการสูญหายนี้ มาจากเทคโนโลยีของสิ่งทรงภูมิปัญญามากกว่าประเด็นอื่น ส่วนจะมาจากมนุษย์ต่างดาว หรือมนุษย์ที่อาศัยอยู่ใต้มหาสมุทรบริเวณนั้น ต่างคนก็หาหลักฐานงัดทฤษฎีมาโต้กันสุดฤทธิ์ สนุกกันใหญ่ทั้งคนอ่านคนเขียน
บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าไม่ใช่แคบๆนะครับ อาณาบริเวณที่กินกว้างจากฟลอริด้า-เปอร์โต ริโก-เกาะเบอร์มิวด้า มันกินพื้นที่ตั้งห้าแสนตารางไมล์ เพราะฉะนั้นการจะค้นหาอะไรๆจากสามเหลี่ยมเอบอร์มิวด้าจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ถึงกระนั้น ทั้งองค์กรของรัฐ เอกชน ต่างก็ควานหากันอย่างสุดเหวี่ยง เผื่อจะเจอเงื่อนงำอะไรที่นำมาใช้ไขปริศนาของดินแดนมรณะนี้ได้
จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีคำอธิบายใดที่น่าพอใจร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ..
ทฤษฎีที่นำมาใช้อธิบายปรากฏการ์ต่างๆของสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าก็มีแตกต่างกันไป บางคนก็โทษว่าเป็นฝีมือของวิญญาณ หรือ !ลึกลับไปโน่นเลย เนื่องจากไม่สามารถหาเหตุผลมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้ การที่เครื่องบินและเรือเดินสมุทรเกิดหายไปอย่างฉับพลันในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า โดยปราศจากร่องรอยอยู่เสมอนั้น จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถของมนุษย์ที่สุด ในการที่จะแก้ปมปริศนาตรงนี้ นักวิชาการต่างเสนอทฤษฎีต่างๆกันไป บ้างก็ว่าเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวน บ้างก็ว่าเกิดจากความผิดปกติของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า บ้างก็ว่าเกิดจากอำนาจของสิ่งบินลึกลับ หรือ UFOs บางคนว่าเกิดจากแหล่งพลังงานลึกลับใต้มหาสมุทร รวมไปถึงทฤษฎีการแตกหักของโครงสร้างทางธรณีวิทยาใต้มหาสมุทร
เป็นเวลาเนิ่นนานนับสิบๆปีแล้วครับ ที่ผู้คนวิพากษ์ถกเถียงกันเรื่องสามเหลี่ยมเจ้ากรรมนี้ คำร่ำลือเกี่ยวกับความน่าสะพรึงกลัวของมันขจรขจายไปทั่วโลก ในฐานะของดินแดนมรณะที่จะดูดกลืนชีวิตและทรัพย์สินของผู้ที่สัญจรผ่านบริเวณนั้น

☻ ทะเลมรณะ ☻
เรือเดินทะเลที่หายสาบสูญไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้น ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่า "ทะเลซากัสโซ" และ สาเหตุที่ท้องมหาสมุทรแห่งนี้มีนามว่าทะเลซากัสโซ ก็เพราะอาณาเขตบริเวณแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วย สาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งซึ่งมีชื่อว่า สาหร่ายซากัสซั่ม โดยสาหร่ายชนิดนี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรืออย่างยิ่ง และเหตุ เหตุการณ์ประหลาดลึกลับทางทะเลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่โบราณกาล มักจะมีต้นตอมาจาก ทะเลซากัสโซเสียเป็นส่วนมาก ชาวฟีนีเชียนโบราณที่เคยใช้เรือเดินทางผ่านท้องทะเลมหาภัยแห่งนี้มา ตั้งแต่หลายพันปีก่อน ได้บันทึกปรากฏการณ์ประหลาดต่าง ๆ ไว้เป็นจำนวนมาก
ท้องทะเลซากัสโซ่ มีอาณาเขตบริเวณกว้างใหญ่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแอ๊ตแลนติค บริเวณแห่งนี้จะเต็มไปด้วย สาหร่ายทะเลลอยฟ่องเต็มไปหมด - เมื่อตอนที่โคลัมบัสแล่นเรือผ่านท้องทะเลแห่งนี้เป็นครั้งแรก กลาสีเรือต่างตื่นเต้นที่คิดว่าเรือคงแล่นเข้าใกล้ฝั่งแห่งใดแห่งหนึ่งเข้าไปแล้ว แต่แม้จะแล่นเรือต่อไปอีกนาน อาณา
เขตของ สาหร่ายแห่งนี้ก็หาหมดลงไปไม่ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของทะเลซากัสโซ คือ ภูเขาทะเล โดย ภูเขาทะเลก็คือภูเขาที่อยู่ใต้พื้นน้ำ แต่มีส่วนยอดแบนราบโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นน้ำเล็กน้อย มองดูคล้ายเกาะ แต่ไม่มีพืชพันธ์ใดๆ นอกจากตระใคร่น้ำเกาะอยู่เท่านั้นทะเลซากัสโซไม่เพียงแต่เป็นท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสาหร่ายยากแก่การเดินเรือ เท่านั้น แต่กิตติศัพย์ในความน่าสะพรึงกลัวของมันได้ถูกกล่าวขานกันอยู่เสมอ บ้างก็ให้เชื่อว่าเป็นทะเลแห่งความหายนะ หรือสุสานของเรือเดินสมุทรบ้างก็ว่าเป็นที่สิงสถิตของภูติผีปีศาจทะเล หรือ!ร้ายดึกดำบรรพ์
เรื่องราวต่าง ๆ ที่พวกชาวเรือชอบนำมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับท้องทะเลจำนวนนับไม่ถ้วนก็คือ เรือจะถูกยึดนิ่งสงบรวมอยู่ในใจกลางของทะเลซากัสโซ่ ตั้งแต่สมัยการการเดินทางโดยทะเลของพวกฟินีเชียน ไวกิ้ง โรมัน หรือแม้แต่เรือต่าง ๆ ในสมัยกลางของยุโรป พวกเหล่านี้เชื่อว่าเรือเหล่านี้ลอยกองรวมกันพร้อมด้วยสมบัติมหาศาลที่บรรทุกอยู่เหตุที่ไม่จมเพราะมีสาหร่ายจำนวนหนาแน่นรองรับอยู่ข้างใต้ มนุษย์ผู้พบท้องทะเลแห่งนี้เป็นพวกแรกเข้าใจว่าจะต้องเป็น พวกฟินีเชียนและพวกคาร์ธายิเนียนโบราณ ก็เพราะเป็นเวลา หลายพันปีแล้วที่พวกนี้เดินทางข้ามมหาสมุทรแอ๊ตแลนติคสู่อเมริกาหลักฐานที่ปรากฏคือ รอยแกะสลักบนแผ่นหินของพวกฟินีเชียน ที่พบอยู่ในประเทศบราซิลขณะนี้ และศิลาจารึกในสุสานฝังศพของ พวกคาร์ธายิเนียน เมื่อราว 500 ปี ก่อนคริศศักราชระบุว่า
"เหนือท้องทะเลแห่งนี้มีแต่ความอ้างว้างเงียบเหงา คล้ายกับสุสานใหญ่ที่มองจรดขอบฟ้าไปทุกด้าน ไม่มีแรงลม พอที่จะพัดพาเรือให้แล่นไปได้ ใต้พื้นน้ำเต็มไปด้วย
สาหร่ายทะเลอย่างหนาทึบ ซึ่งยึดเรือทั้งหลายให้หยุดนิ่งอย่างกับกำลังมหาศาลของหนวดปลาหมึกยักษ์ ท้องทะเลบางแห่งก็ตื้นเขินซึ่งเป็นที่อาศัยของ!ประหลาด
มหึมาหลายสิบชนิด และบางครั้งมันก็ว่ายน้ำ เข้ามาทำลายเรือทั้งลำให้กลายเป็นผุยผงไปในพริบตา"

→ ความลี้ลับของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ←
สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นอาณาบริเวณส่วนหนึ่งของมหาสมุทรแอ็ตแลนติคภาคตะวันตก พื้นที่ทั้งหมดเริ่มจาก ตอนเหนือของเบอร์มิวดาไปถึงตอนใต้ของรัฐฟลอริดา-และจากฟลอริดามุ่งตรงไปทางตะวันออกทำมุมสี่สิบองศากับเส้นรุ้ง ผ่านบาฮามัสและเปอร์โตริโก จากนั้นก็ย้อนเฉียงกลับไปสู่ทางใต้ตอนเหนือของเบอร์มิวดาอีกซึ่งทำให้อาณาบริเวณแห่งนี้ กลายเป็นรูปสามเหลี่ยม และอาณาบริเวณรูปสามเหลี่ยมแห่งนี้เองที่เป็นแหล่งกำเนิด ปรากฏการณ์ อันลี้ลับ มหัศจรรย์ขึ้น ในยุคอวกาศของชาวเรา ในปัจจุบันเป็นสิ่งลึกลับและเหลือเชื่อหากจะบอกท่านว่า เริ่มตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี ค.ศ. 1945 มาจนถึงปัจจุบัน เครื่องบินจำนวนกว่า 100 เครื่อง และเรือเดินสมุทร จำนวนอีกมากหลายได้ หายไปในบรรยากาศ และพื้นทะเลของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแห่งนี้โดยไม่มีร่องรอย ชีวิตมนุษย์จำนวนพัน ในระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ได้หายไปพร้อมกับ พาหนะโดยไม่มีซากศพ แม้แต่รายเดียว หรือเศษชิ้นส่วนใดๆของเรือ หรือเครื่องบินที่หายไปเหลือให้เห็น การหายสาบสูญของเรือ เครื่องบิน และชีวิตมนุษย์ ในบริเวณดินแดนสามเหลี่ยม เบอร์มิวดายังคงปรากฏอยู่ต่อไป และมีปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ชาติต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการสูญเสียเหล่านี้ ต่างก็พยายามดำเนินการค้นคว้า ก็หาสาเหตุแห่งปรากฏการณ์อันประหลาดและลึกลับนี้อย่างเร่งด่วน แต่ก็ไม่มีใคร สามารถบอกสาเหตุ และหาทางป้องกัน จากภัยที่เกิดขึ้นในบริเวณท้องทะเลแห่งนี้ได้ไม่
เครื่องบินที่หายไปเหนือพื้นทะเลแห่งนี้ ส่วนมากก่อนที่จะหายการติดต่อกับฐานปฏิบัติการณ์ หรือสถานีปลายทางเป็นไปอย่างปกติ และสภาพของบรรยากาศ และทัศนะวิสัย ก็สงบ และแจ่มใสดี ไม่มีวี่แววของพายุร้ายใดๆ แต่แล้ว เมื่อถึงบทจะหายเครื่องบินเหล่านั้นก็จะหายไปอย่างฉับพลันโดยไม่มีร่องรอย ซึ่งนักบินก็ไม่มีโอกาสที่จะแจ้งข่าว-ทาง วิทยุให้หน่วยควบคุม การบินทราบได้ แต่ก็มีเป็นจำนวนมากเหมือนกัน ก่อนที่เครื่องบินจะหายสาบสูญ นักบินมีเวลาพอที่จะแจ้งข่าวผิดปกติมายังฐานปฏิบัติการได้ ซึ่งทุก
รายต่างก็แจ้งตรงกันทั้งหมดว่า ไม่สามารถควบคุมกลไกต่างๆ ให้ดำเนินไปตามปกติได้ เข็มทิศประจำเครื่องจะหมุนปั่นไม่สามารถบอกทิศทางได้ ท้องฟ้าจะกลายเป็นสีเหลือง และมองดูคล้ายหมอกหนาทีบ ทั้งๆ ที่เป็นวันที่บรรยากาศแจ่มใส และแดดส่องจ้ามาก่อน และท้องทะเลซึ่งเงียบสงบ กลับปั่นป่วน ขึ้นมาโดยไม่อาจจะทราบสาเหตุได้
อุบัติการณ์ ลึกลับที่ไม่อาจให้คำอธิบายได้ เกี่ยวกับการสาบสูญของเรือเดินสมุทร และ เครื่องบินเป็นจำนวนมาก ในดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ขาด จนกระทั่งในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ได้รับรายงานการสูญหาย หน่วยยามฝั่งที่เจ็ด ของกองทัพเรือสหรัฐ จะทำการค้นหาร่องรอยอย่างละเอียดละออ แต่ก็ประสบความ ล้มเหลวที่จะพบพยานหลักฐานซึ่งจะนำไปสู่การไขปัญหาลึกลับนี้ได้ทุกครั้ง และในที่สุดกองทัพเรือสหรัฐก็ได้เก็บเรื่องเหล่านี ้ไว้เป็นความลับ ไม่ยอมเปิดเผยหรือให้คำวิจารณ์ใดๆ แก่ประชาชน ที่อยากรู้อยากเห็นว่า อุบัติการณ์ ลึกลับเหล่านั้น เกี่ยวข้องกับความอาถรรพ์ของดินแดนแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาหรือไม่ แต่ทั้งๆ ที่กองทัพเรือสหรัฐพยา-
ยามจะปกปิด เรื่องราวเหล่านี้ไว้ ประชาชนทั่วไปก็เริ่มรู้ระแคะระคาย ต่างๆ และเชื่อว่า จะต้องมีแรงอาถรรพ์ หรือพลังอำนาจอันลึกลับ อย่างหนึ่งอย่างใด ภายในบริเวณ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอย่างแน่นอน และยิ่งปรากฏว่าเมื่อเร็วๆนี้ได้มีข่าวรายงานว่ามีนักบิน และนักเดินเรือบางคนได้รอดชีวิตมาจากปรากฏการณ์สยองขวัญ ในดินแดนของสาม -
เหลี่ยมเบอร์มิวดา จึงทำให้ เกิดการฮือฮากันใหญ่ในขณะนี้ แต่อย่างไรก็ดีจวบจนกระทั่งบัดนี้หาได้มีผู้ใดที่สามารถให้คำอธิบายแจ่มชัด เกี่ยวแก่ความลึกลับ และความอาถรรพ์ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้ และการสาบสูญ ก็ยังคงปรากฏอยู่ต่อไป โดยไม่มีทางป้องกันหรือขัดขวางได้

ใครว่างแวะไปอวยพรให้น้องสาวผมด้วยนะ
http://spaces.msn.com/moonoimay/PersonalSpace.aspx?owner=1
ยังไม่จบอ่านต่อBLOGข้างล่างเลยครับ
♠ วิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นในสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้าด้วยหลักการ ♠
ในบางกรณี หากวิเคราะห์ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับการหาบสาบสูญของเรือเดินสมุทรและเครื่องบินในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา จะพบว่าหาเป็นเรื่องประหลาดลึกลับแต่อย่างใดไม่เพราะเครื่องบินแต่ละลำ เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความกว้างใหญ่สุดคณานับของพื้นมหาสมุทรโลกแล้ว ก็เปรียบเสมือนฝุ่นละอองที่ล่องลอย อยู่ในห้องโถงใหญ่ น้ำในมหาสมุทรก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนไหว กระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม มีอัตราความเร็วกว่าสี่ไมล์ต่อชั่วโมง
ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัสมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่สิ่งหนึ่งที่นักประดาน้ำ มักจะพบเห็นอยู่บ่อย ๆซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ปล่องน้ำเงิน" จะปรากฏอยู่ตามหุบผาใต้น้ำและ
แหล่งหินประการัง มีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ทะเล โดยทั่วไปเป็นที่อยู่ของปลาที่ไม่ค่อยได้พบกันที่ผิวน้ำ ปล่องเหล่านี้เชื่อว่า เกิดจากถ้ำหินประการังถูกกัดกร่อนด้วย -กระแสน้ำใต้ทะเลมาเป็นเวลานับหมื่นปี เคยมีนักประดาน้ำดำลงไป สำรวจปล่องต่างๆ นี้ พบว่าปล่องจำนวนมากต่างมีทางแยกออกไปในหลายทิศทาง ทำให้ปลาที่ว่ายวนอยู่ในนั้นเกิดสับสนถึงกับว่ายเอาครีบท้องขึ้นสู่เบื้องบน ยิ่งกว่านั้นยังพบว่ากระแสน้ำไหลเชี่ยวแรงเข้าสู่ส่วนลึกคล้ายถูกดูดด้วยกำลังอันมหาศาลซึ่งเป็นอันตราย ต่อนักประดาน้ำมาก และลักษณะการณ์เช่นนี้ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการหมุนเป็นกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน ซึ่งสามารถจะดึงดูดเรือเล็กพร้อมด้วยคนบนเรือ ลงสู่ก้นอย่างรวดเร็ว
อีกทฤษฏีหนึ่ง เป็นทฤษฏีเกี่ยวกับลมพายุทอนาโดซึ่งเกิดเป็นครั้งคราว จะกวาดเรือและเครื่องบิน ให้จมลงสู่ก้นมหาสมุทรได้ไม่ยาก พายุทอร์นาโดเป็นพายุหมุนปั่นเอาน้ำทะเลหมุนเป็นเกลียวสูงนับร้อยๆ ฟุตกลางอากาศและหากมันเกิดตอนกลางคืน เครื่องบินที่บินอยู่ระดับต่ำอาจถูกกระแทกตกลงสู่ทะเลได้ ก็เพราะนักบินไม่สามารถจะมองเห็นได้ในระยะไกล ส่วนเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ที่จมหายนั้น เชื่อว่าอาจจะเกิดจากกระแสคลื่นมหึมา ที่เป็นผลมาจากแผ่นดินไหวใต้ทะเลก็ได้ เพราะคลื่นที่เกิดจากปรากฏการณ์เช่นนี้จะมีความสูงร่วมร้อยฟุตเลยที่เดียว
ปรากฏการณ์อย่างหนึ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบินได้ คือ การผันแปรของอากาศอย่างทันทีทันใด ที่เรียกกันว่า "แค๊ท (Cat - clear air turbulenec)" โดยทั่วไปแล้ว "แค๊ท" จะเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจจะคาดคะเน หรือทำการพยากรณ์ได้เช่นเดียวกับลักษณะภูมิอากาศ โดยทั่วไปมันจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสภาวะอากาศ สาเหตุของปรากฏการณ์นี้ยังไม่ทราบกันแน่ชัด แต่เชื่อกันว่าหากมันเกิดขึ้นขณะที่กระแสลมพัดแรงและรวดเร็ว จะทำให้เกิดสูญญากาศบริเวณนั้นทันที ซึ่งหากเครื่องบินได้บินเข้าสู่บริเวณของมันก็อาจจะตกดิ่งสู่ทะเลได้ง่าย แต่อย่างไรก็ดี การผันแปรวิปริตของบรรยากาศทันทีทันใดในลักษณะเช่นนี้นั้น จะต้องไม่ใช่สาเหตุการหายสาบสูญ ของเครื่องบินทุกลำใน-บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นแน่ เพราะปรากฏการณ์ "แค๊ท" จะไม่เป็นผลต่อการทำงานของเครื่องวัดต่างๆ และระบบการติดต่อทางวิทยุบนเครื่องบิน แต่ทุกครั้งที่เกิดเหตุ จะปรากฏว่าการติดต่อทางวิทยุได้เงียบหายไป
การแปรผันของสนามแม่เหล็กโลก ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกได้เช่นเดียวกัน เพราะมันจะทำให้เกิดการผิดพลาดในการทำงานของเครื่องวัดระดับ และเข็มทิศประจำเครื่อง ในกรณีเช่นนี้นักบินไม่มีความสามารถพอก็อาจจะนำเครื่องบินดิ่งลงสู่มหาสมุทรได้ ยิ่งกว่านั้นปรากฏการณ์ต่างๆ ทางธรรมชาติอีกมากมายที่เราไม่อาจจะอธิบาย-หรือทราบสาเหตุของมันได้
๏ เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ของเครื่องบินและเรือที่หายไปเหนือดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ๏
- เครื่องบิน
วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1945 : เครื่องบินท้องระเบิดแบบ TBM ของกองทัพเรือสหรัฐจำนวน 5 เครื่อง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำเครื่อง 14 นาย หายไปขณะฝึกบินทิ้งระเบิดเหนือดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ห่างจากฐานทัพฟอร์ท ล๊อดเดอร์เดล ประมาณ 225 ไมล์
วันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1945 : เครื่องบินช่วยเหลือผู้ประสบภัย มาร์ตินน มารีน แบบ PBM พร้อมพลประจำเครื่อง 13 นาย ได้หายไปประมาณ 20 นาที หลังจากบินไปทำการช่วยเหลือเครื่องบินฝึกทิ้งระเบิดแบบ TBM จำนวน 5 เครื่องที่ขาดการติดต่อกับ หอบังคับการณ์และหายไปอย่างลึกลับ
วันที่ 3 กรกฏาคม ค.ศ. 1967 : เครื่องบินลำเลียงพลแบบ G-54 ของกองทัพบกสหรัฐหายไปห่างจากเบอร์มิวดา ขึ้นมาทางเหนือประมาณ 100 ไมล์
วันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 1948 : เครื่องบินโดยสารชื่อสตาร์ไทยเกอร์ เป็นเครื่องบินสี่เครื่องยนต์แบบทิวเดอร์-4 ของอังกฤษหายไปเหนือดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาพร้อมกับชีวิตของเจ้าหน้าที่และผู้โดยสาร 31 คน
วันที่ 28 ธันวาคม ค.ศ. 1948 : เครื่องบินโดยสารชาร์เตอร์ ส่วนบุคคล แบบ DC-3 หายไประหว่างซานฮวนกับไมอามี่ พร้อมพนักงานประจะเครื่องและผู้โดยสาร 32 คน
วันที่ 17 มกราคม ค.ศ. 1949 : เครื่องบินโดยสาร สตาร์ แอเรียล ของอังกฤษ บินจากลอนดอนไปซานดิเอโก โดยผ่านทาง จาไมกา เครื่องบินได้หายไปในบริเวณสามเหลี่ยม เบอร์มิวดาในระหว่างเส้นทางไปยังคิงส์ตัน
วันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1950 : เครื่องบิน โกล๊ปมาสเตอร์ ของสหรัฐอเมริกา หายไปทางตอนเหนือของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ขณะมุ่งบินไปสู่ไอร์แลนด์
วันที่ 8 มีนาคม ค.ศ. 1950 : เครื่องบินโดยสารของบริษัทเดินอากาศยอร์คแห่งอังกฤษหายไปในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา พร้อมผู้โดยสาร 33 คน
วันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1954 : เครื่องบินแบบ ซุปเปอร์คอนสเตลเลชั่น ของสหรัฐ หายไปพร้อมผู้โดยสาร 42 คน ในบริเวณเดียวกับจุดที่ฝูงบิน ที่ 19 สูญหายทั้ง 5 เครื่องมาก่อน
วันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1956 : เครื่องบินลาดตระเวนของกองทัพเรือสหรัฐแบบ P5M หายไปใกล้ ๆ กับเบอร์มิวดา พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำเครื่องอีก 10 นาย
วันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1962 : เครื่องบินบันทุกน้ำมันสำหรับเติมน้ำมันกลางอากาศแบบ KB-50 ของสหรัฐ ได้หายไปอย่างลึกลับ บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
วันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1963 : เครื่องบินของกองทัพอากาศสหรัฐสี่เครื่องยนต์แบบ KC-135 จำนวนสองเครื่อง หายไปทางทิศตะวันตกห่างจาก สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาราว 300 ไมล์
วันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 1965 : เครื่องบินโดยสารขนาดกลางแบบ C-119 หายไปใกล้ ๆ กับเบอร์มิวดา พร้อมด้วยผู้โดยสาร 10 คน
วันที่ 5 เมษายน ค.ศ. 1956 : เครื่องบินทิ้งระเบิดแบบทันสมัย B-52 ของสหรัฐ ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้า หายไปตรงจุดศูนย์กลาง ของสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา พร้อมทั้งชีวิตของชีวิตของนักบินทั้ง 3 นาย
วันที่ 11 มกราคม 1967 : เครื่องบินแบบ YC-122ซึ่งดัดแปลงเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้าหายไปพร้อมกับพนักงานประจำเครื่อง 4 นาย ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ใกล้ ๆ กับาฮามัส
วันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1963 : : เครื่องบินแบบ C-132 ซึ่งเป็นเครื่องบินบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ หายไปในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ตอนใดตอนหนึ่งระหว่างทางสู่ แอโซเรส
- เรือ
ในปี ค.ศ. 1840 : เรือสินค้าขนาดใหญ่ของฝรั่งเศษชื่อ โรซาลี่ ได้หายไปในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาระหว่างเดินทางจากยุโรปไปฮานาวา โดยไม่มีผู้ใดเหลือชีวิตรอดพอที่จะบอกเรื่องราวให้ฟังได้
ในปี ค.ศ. 1840 : เรือลาดตระเวณอังกฤษชื่อ แอ๊ตตาแลนตา หายไปอย่างลึกลับไม่ห่างจากเบอร์มิวดานักพร้อมทั้งทหารประจำเรือ 290 นาย
วันที่ 11 ตุลาคม ค.ศ. 1902 : เรือเยรมันชื่อ เฟรย่า มีผู้พบทอดสมออยู่ในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ไม่มีสิ่งมีชีวิตใด ๆ อยู่บนเรือลำนั้น จากปฏิทินฉีกประจำวันในห้องกัปตันระบุเป็นวันที่ 4 ตุลาคม 1902
วันที่ 4 มีนาคม ค.ศ. 1998 : : เรือบรรทุกอุปกรณ์และสินค้าชื่อ ไซคล๊อปส์ เป็นเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ มีความยาว 500 ฟุต และระวางขับน้ำ 1900ตัน หายไปอย่างไร้ร่องรอยในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาพร้อมด้วยชีวิตลูกเรือและผู้โดยสาร
กลางเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1925 : เรือโคโทแพ็คซี หายไปในดินแดนสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา ในระหว่างเดินทางจากซาร์ลตันสู่ฮานาวา
ในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1932 : เรือใบ 21 ลำชื่อ จอนและแมรี่ เป็นเรือที่ขึ้นทะเบียนในนิวยอร์คทั้งสองลำมีผู้พบลอยละล่องใกล้ ๆ กันอยู่ในบริเวณเบอร์มิวดาใบเรือทั้งสองลำถูกลดลงจากเสา
เรียบร้อยแล้ว
วันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ.1944 : เรือยอร์จ ชื่อ กลอเรียโคไลท์ มีผู้พบถูกปล่อยให้ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางมหาสมุทรในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา สิ่งของเครื่องใช้ทุกอย่างในเรืออยู่อย่างเป็นระเบียบ และของ
มีค่ายังอยู่ครบถ้วน
ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1950 : เรือบรรทุกสินค้ายาวชื่อแซนดรา ได้หายไปบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาแถวเปอร์โตริโกอย่างไม่มีร่องรอยใด ๆ พร้อมชีวิตลูกเรือทั้งหมดและสินค้าอีก 300 ตัน
ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1955 : เรือยอร์จชื่อ คันแนมาร่าที่ 4 ได้หายไปอย่างลึกลับประมาณ 400 ไมล์ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเบอร์มิวดา
วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1963 : เรือเดินทะเลขนาดยักษ์ซึ่งมีความยาวถึง 425 ฟุต ชื่อมารีน ซัลเฟอร์ ควีน ได้หายไปอย่างไม่มีร่องรอยใด ๆ
วันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1963 : เรือจับปลาชื่อ โชบอยหายไปพร้อมด้วยลูกเรือ 4 คนโดยไม่มีหลักฐานใด ๆ เหลือให้เห็น
ในปี ค.ศ. 1942 : เรือโดยสารญี่ปุ่นชื่อ ไรฟูกุ มารู ได้วิทยุขอความช่วยเหลือขณะที่วิ่งอยู่ระหว่างคิวบาและบาฮามัส แต่แล้วก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ในปี ค.ศ. 1931 : เรือสินค้า สตาฟเวํงเยอร์ หายไประหว่างบาฮามัสและ แค็ต ไอร์แลน พร้อมด้วยชีวิตลูกเรือ 43 คน
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1938 : เรือแองโกล-ออสเตรเลียน ได้หายไปทางใต้ของแอโซซเรส พร้อมด้วยชีวิตลูกเรือ 39 ชีวิต
ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1967 : เรือยอร์จขนาด 46 ฟุต ชื่อ เรโวน๊อค หายไปอย่างปราศจากร่องรอย
วันที่ 24 ธันวาคม ค.ศ. 1967 : เรือยอร์จ วิชคร๊าฟ หายไปอย่างปราศจากร่องรอยนอกฝั่งไมอามี พร้อมกับชีวิตเจ้าของเรือและผู้โดยสาร
ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1970 : เรือมิลตัน เอไทรด์ หายไปอย่างไร้ร่องรอยบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
ในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1973 : เรือเดินทะเลขนาดใหญ่ระวางขับน้ำ 20000ตัน ได้หายไปพร้อมกับชีวิตลูกเรือและผู้โดยสารทั้งหมด

เรือ u.s.s มารีนซัลเฟอร์ ควีน หายไปพร้อมกับชีวิตทุกคนบนเรือเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 1963

อันนี้ไม่เกียวกับเบอร์มิวด้านะอิอิ